Share

จบไปเป็นที่เรียบร้อยสำหรับการแข่งขันกีฬาเอเชียนเกมส์ 2018 ที่ประเทศอินโดนีเซีย โดยประเทศจีนครองความเป็นเจ้าเหรียญทอง ทำไปทั้งสิ้น 132 เหรียญทอง 92 เหรียญเงิน และ 65 เหรียญทองแดง ส่วนอันดับสองเป็นของประเทศญี่ปุ่น ทำไป 75 เหรียญทอง และอันดับ 3 เป็นของประเทศเกาหลีใต้ ทำไป 49 เหรียญทอง ส่วนประเทศไทยมาในอันดับที่ 12 ทำไปทั้งสิ้น 11 เหรียญทอง 16 เหรียญเงิน และ 46 เหรียญทองแดง

โดยพิธีปิดการแข่งขันมีขึ้นเมื่อคืนวันที่ 2 กันยายนที่ผ่านมา ซึ่งทางเจ้าภาพครั้งต่อไปคือประเทศจีน จะจัดขึ้นในปี 2022 และอีสปอร์ต ก็อาจจะกลายเป็นกีฬาที่บรรจุเหรียญทองอย่างเป็นทางการ

แต่สำหรับเอเชียนเกมส์ปี 2018 ที่จบไป แม้อีสปอร์ตจะเป็นเพียงแค่กีฬาสาธิต ที่ไม่มีการนับรวมเหรียญรางวัล แต่กลับได้รับความสนใจจากทั่วโลก โดยมีเกมที่เข้าชิงชัยทั้งหมด 6 เกม ประกอบไปด้วย League of Legends, Arena of Valor, StarCraft II, Hearthstone, Pro Evolution Soccer 2018 และ Clash Royale โดยประเทศไทยสามารถผ่านรอบคัดเลือกเข้าไปแข่งในเอชียนเกมส์ได้ 3 ชนิดเกมคือ

เกม StarCraft II : นายพิชญุตม์ ประเสริฐวิทย์ ชื่อในการแข่งขัน : Strike


เกม Hearthstone : นายวีฤทธิ์ โพธิ์พันธุ์ ชื่อในการแข่งขัน : Disdai


เกม AOV : Diamond Cobra
1. นายพงศ์ปณต เรืองอารีรัตน์
2. นายณัฐดนัย รุ่งเรือง
3. นายกฤษณ์ สุภัทรพงศ์
4. นายชานน วัฒนาพร
5. นายธนพล สันติมากร
6. นายวีระชัย เฮงกิจธนดล

ซึ่งผลการแข่งขันของทั้ง 6 เกมมีดังนี้
League of Legends
เหรียญทอง : จีน
เหรียญเงิน : เกาหลีใต้
เหรียญทองแดง : ไต้หวัน

Arena of Valor
เหรียญทอง : จีน
เหรียญเงิน : ไต้หวัน
เหรียญทองแดง : เวียดนาม

StarCraft II
เหรียญทอง : เกาหลีใต้
เหรียญเงิน : ไต้หวัน
เหรียญทองแดง : เวียดนาม

Hearthstone
เหรียญทอง : ฮ่องกง
เหรียญเงิน : อินโดนีเซีย
เหรียญทองแดง : อินเดีย

Pro Evolution Soccer 2018
เหรียญทอง : ญี่ปุ่น
เหรียญเงิน : อีหร่าน
เหรียญทองแดง : เวียดนาม

Clash Royale
เหรียญทอง : อินโดนีเซีย
เหรียญเงิน : จีน
เหรียญทองแดง : เวียดนาม

สรุปเหรียญรางวัลกีฬาอีสปอร์ต

ถึงแม้ผลงานของนักกีฬาอีสปอร์ตไทย จะไม่เป็นไปตามเป้าที่วาง แต่ก็ถือว่าทุกคนได้พยายามกันเต็มที่ ครั้งนี้ถือเป็นประสบการณ์ครั้งสำคัญ ที่จะเดินหน้าต่อไปในนามของนักกีฬาทีมชาติ

Share